Wild Boars
- 23 มิ.ย.61 ทีมหมูป่า 12 คน และโคช อีก 1 คน เข้าไปที่ถ้ำหลวง แต่ติดในถ้ำเนื่องฝนตกหนักต่อเนื่อง ทำให้น้ำท่วมทางออก ทำให้ออกจากถ้ำไม่ได้ จึงเดินลึกเข้าไปเพื่อหาพื้นที่สูงในถ้ำ ไปเรื่อยๆ
- เจ้าหน้าที่อุทยานและทีมกู้ภัยเข้าไปทำการค้นหา แต่ไม่สามารถเข้าไปลึกกว่านี้ได้ เนื่องจากน้ำนถ้าเชี่ยวและลึก และฝนจะตกต่อเนื่อง ทำให้มีเส้นตายที่จะต้องเข้าไปช่วย แม้จะใช้เครื่องสูบน้ำ Turbo Jet จนปล่อยน้ำท่วมไร่นาชาวบ้าน ก็ไม่สามารถสูบให้แห้งได้
- เอิร์น ซึ่งเป็นนักดำน้ำถ้ำที่เคยเข้าไปสำรวจถ้ำหลวงมาแล้ว แนะนำให้เชิญนักดำน้ำที่เชี่ยวชาญระดับโลกในการดำน้ำในถ้ำ เพื่อมาช่วยเหลือในภารกิจนี้ ทางการไทยโดย นายวีรศักดิ์ โค้วสุรัตน์ รมต.ท่องเที่ยว ภายใต้ความเห็นชอบของ มท.1 (อนุพงษ์ เผ่าจินดา) ได้โทรเชิญนักดำน้ำระดับโลกมาช่วย
- ทีมดำน้ำระดับโลกจากประเทศอังกฤษ 3 คนได้แก่ นายจอห์น โวลันเธน , ริชาร์ด สแตนตัน โรเบิร์ต ฮาร์เปอร์ กับ เดินทางจากประเทศอังกฤษ เมื่อวันที่ 27 มิย.61 เพื่อมาทำภารกิจช่วยเหลือทีมหมูป่า โดยประสานความร่วมมือกับทีมต่างๆ โดยเฉพาะหน่วยซีลที่อยู่ภายในถ้ำ และทีมสนับสนุนต่างๆทั้งหน่วยราชการและเอกชนทั้งไทยและต่างประเทศ ทั้งทีมสูบบน้ำออกจากถ้ำ ทีมสนับสนุนอาหาร ทีมแพทย์ เป็นต้น โดยมีผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงรายเป็นผู้บัญชาการเหตุการณ์)
- จอห์น โวลันเธน , ริชาร์ด สแตนตัน เป็นแนวหน้าในการวางแนวเชือกนำทางเพื่อเข้าไปในถ้า และพบทีมหมูป่าและโคชรวม 13 คนที่ยังมีชีวิตอยู่ ในวันที่่ 2 กค.61 หรือวันที่ 10 ที่ทีมหมูป่าติดอยู่ในถ้ำ จอห์น โวลันเธนได้ถามเด็กเป็นคำถามแรกว่า How many of You? และได้ถ่าย Clip ที่ share ไปทั่งโลก และเขาเป็นทีมแรกที่เข้ามา และจะมีคนเข้ามาช่วยต่อไป และสัญญาว่าจะกลับมาอีก โดยข่าวมาว่าเป็นความโชดดีสุดปลายเชือกจึงโผล่ขึ้นมา พบทีมหมูป่าทันที แต่จอห์น โวลันเธน ให้สัมภาษณ์ BBC ว่าไม่ได้เป็นความบังเอิญ แต่เมื่อเจอที่ว่างจะโผล่พ้นน้ำ และตะโกนถามและใช้การดมกลิ่น ซึ่งตนได้กลิ่นมาก่อนเห็นตัวเด็ก เป็นกลิ่นเหม็นของอุจจาระ
- ภารกิจการช่วยเด็กและโคชออกมาเป็นเรื่องยาก โดยมีทางเลือกอยู่ 3 แนวทางคือ
- รอให้น้ำลดก่อน แล้วจึงนำเด็กออกมา ซึ่งอาจจะกินเวลาเป็นเดือน โดยส่งอาหารเข้าไป ซึ่งเป็นทางเลือกที่ทางฝ่ายไทยต้องการ และภายในถ้า ระดับ ออกซินเจนอยู่ที่ 15% ถ้าน้อยกว่า 13% จะเป็นอันตรายต่อสุขภาพ ใช้แนวทางนี้มีความเสี่ยง และการเสียชีวิตของจ่าแซมทำให้ทางไทยเปลี่ยนไม่ใช้แนวทางนี้
- หาทางเข้าทางอื่น โดยสำรวจโพรง ว่ามีโพรงที่สามารถติดต่อกับภายในถ้ำหรือไม่ (ทำการสำรวจแล้วไม่พบโพรงที่ติดต่อกับถ้ำได้ ถ้าจะเจาะคงใช้เวลานาน
- ให้ยาสลบแล้วครอบ Full mask Oxygen แล้วนำตัวเด็กและโคช ออกมา ซึ่งเป็นแนวทางที่ทีมอังกฤษเสนอ (ซึ่งภายหลังเลือกแนวทางนี้ เนื่องจากทางกองทัพ USA ที่ได้มาช่วยเหลือด้านการกู้ภัยช่วยทีมหมูป่า ได้ช่วยโน้มน้าวให้ทีมไทยเลือกแนวทางนี้ เพราะเป็นแนวทางที่เสี่ยงน้อยที่สุด)
- จอห์น โวลันเธน , ริชาร์ด สแตนตัน แนะนำ หมอแฮลิส ซึ่งเป็นนักดำน้ำ และวสัญญีแพทย์ ชาวออสเตรเลียมาร่วมทีม และขอทีมนักดำน้ำชาวอังกฤษมาเพิ่มได้แก่ คริสโตเฟอร์ หรือคริส จีเวลล์ และ เจสัน มัลลินสัน ซึ่งตอนแรกหมอแฮลิสก็ไม่เห็นด้วยกับแนวทางที่ 3 แต่ตอนหลังเมื่อไม่มีทางเลือก ประกอบกับการให้คำมั่นสัญญาว่า ทีมไม่ต้องรับผิดชอบหากภารกิจล้มเหลว คริสโตเฟอร์ หรือคริส จีเวลล์ และ เจสัน มัลลินสัน คู่หู ได้เดินทางมาถึงไทยในวันที่ 6 กค.61
- วันที่ 8 กค.61 ช่วยเหลือออกมาได้ 4 คน โดยเป็นการช่วยแบบนักดำน้ำ 1 คน กับเด็ก 1 คน (ตอนแรกบอกจะประกบ 2 นักดำน้ำต่อเด็ก 1 คน ต่อมาเปลี่ยนแผนเนื่องจากทัศนวิสัยในน้ำขุ่่นและมืดมาก ไม่มีประโยชน์ที่จะใช้ 2 คนประกบ) การจัดลำดับก่อนหลังนั้น ให้ทีมหมูป่าตกลงกันเองว่าใครจะออกก่อนหลัง (ตอนแรกเสนอข่าวว่า หมอแฮริสเป็นคนจัดคิว ซึ่งไม่ใช่)
- วันที่ 9 กค.61 ช่วยเหลือออกมาได้ 4 คน
- วันที่ 10 กค.61 ช่วยเหลือออกมาได้ 5 คน โดยลำดับการช่วยเหลือจะไม่ระบุชื่อ ให้เพียงรหัสว่า หมูป่า 1-13 ซึ่งตอนแรกเข้าใจว่าโคชเอก ออกเป็นสุดท้าย แต่ตอนหลังได้รับการเปิดเผยว่า ออกมาเป็นคนที่ 9 โดยคนที่ช่วยออกมาคือ จิม วาร์นีย์ (นักแสดงนำในหนัง The Cave)
ภาพทีมหมูป่าและ โคชเอก ก่อนติดน้ำอยู่ในถ้าหลวง
พบรองเท้าที่ถอดอยู่ในถ้าหลวง
คำให้สัมภาษณ์ของ เจสัน มิลลิสัน
เจสัน มิลลิสัน เป็นผู้อาสานำเด็กคนแรกออกมา ร่วมกับนักประดาน้ำหลักอีก 3 คนคือ ริก สแตนตัน, จอห์น โวลันเธน และ คริสโตเฟอร์ จีเวลล์ พร้อมด้วย ริชาร์ด แฮร์ริส ซึ่งเป็นวิสัญญีแพทย์ชาวออสเตรเลีย โดยเจสัน ได้ทำการช่วยเหลือออกมาทั้งหมดรวม 4 คน มัลลิสันเล่าว่า ในตอนแรก ทางการไทยต้องการแผนการช่วยเหลือที่ไร้ความเสี่ยง โดยมีแผนที่จะวางท่อต่อกันไปจนถึงจุดที่ทีมหมูป่าติดอยู่ แต่ทั้งฝ่ายนักดำน้ำอังกฤษ และกองทัพสหรัฐฯ ต่างก็ไม่เห็นด้วยนอกจากเรื่องการวางแผน มัลลินสันบอกว่า กองทัพสหรัฐฯ หน่วยพิเศษมีส่วนสำคัญมากในการเจรจากับรัฐบาลไทยจนเชื่อมั่นในแผนของนักดำน้ำอังกฤษ มัลลินสันบอกว่า การเสียชีวิตของ "จ่าแซม" หรือ จ.อ. สมาน กุนัน อดีตเจ้าหน้าที่หน่วยบัญชาการสงครามพิเศษทางเรือ (ซีล) "เปลี่ยนแปลงทุกอย่าง ทุกคนตระหนักว่า [ปฏิบัติการนี้] เสี่ยงแค่ไหน และไทยไม่มีบุคลากรและทักษะที่จะทำสิ่งนี้ มัลลินสันเปิดเผยว่า ระหว่างการนำเด็กแต่ละคนออกไป เขาต้องเรียนรู้วิธีการฉีดยาสลบเคตามีนเองจาก ริชาร์ด แฮร์ริส วิสัญญีแพทย์ เนื่องจากการฉีดแต่ละครั้งจะทำให้เด็กสลบไปเพียงครึ่งชั่วโมงเท่านั้น เขาเล่าว่า หากเด็กกลับมาเริ่มรู้สึกตัวระหว่างดำน้ำ ความตื่นตระหนกจะทำให้ทั้งเด็กและตัวนักดำน้ำผู้ช่วยเหลือเองเสียชีวิตได้ ครั้งหนึ่ง ระหว่างลุยน้ำที่สูงระดับอกออกไป เด็กคนหนึ่งที่เขากำลังพยุงตัวอยู่เริ่มรู้สึกตัว และทำให้เขาต้องรีบฉีดยาสลบเพิ่ม "ตอนนั้นผมอยู่คนเดียว ไม่อยากจะดำน้ำรอบต่อไปขณะเด็กกำลังจะกลับมารู้สึกตัวอีกครั้ง แต่ก็หาที่แห้ง ๆ เพื่อฉีดยาไม่ได้ ...เพราะฉะนั้นผมจึงต้องใช้เข่ายันตัวเด็กไว้กับกำแพง เปิดกระเป๋ายาและกระบอกฉีดยาก็ลอยน้ำไปรอบ ๆ" มัลลินสันกล่าว"
Post a Comment